ปริมาณการซื้อขาย D Prime ธ.ค. 2568 ฟื้นตัว

ปริมาณการซื้อขาย D Prime ธ.ค. 2568 ฟื้นตัว

2026-01-15 | รายงานปริมาณการซื้อขาย

คำเตือนความเสี่ยง:
การซื้อขายตราสารทางการเงินที่มีเลเวอเรจ เช่น สัญญาซื้อขายส่วนต่าง (CFDs) มีความเสี่ยงสูง และอาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกคน คุณอาจขาดทุนมากกว่าเงินลงทุนเริ่มต้น โปรดทำความเข้าใจความเสี่ยงให้ครบถ้วนก่อนทำการซื้อขาย

ปริมาณการซื้อขาย D Prime ธ.ค. 2568 ฟื้นตัว
ปริมาณการซื้อขาย D Prime ธ.ค. 2568 ฟื้นตัว

กิจกรรมการซื้อขายเดือนธันวาคม 2568 คึกคักขึ้นเมื่อความผันผวนกลับมา

เดือนธันวาคมคือช่วงเวลาที่ตลาดหยุดลังเล
หลังจากหลายสัปดาห์ของการรอดูทิศทาง ราคาสินทรัพย์เริ่มเคลื่อนไหวกว้างขึ้น ความผันผวนกลับมา และนักลงทุนเริ่มกลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้ง ปริมาณการซื้อขายของ D Prime เดือนธันวาคม 2568 สะท้อนการเปลี่ยนแปลงนี้ได้อย่างชัดเจน โดยช่วยปิดปีด้วยแรงส่งในตลาดสำคัญต่าง ๆ

และการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างเงียบ ๆ

ไฮไลต์ปริมาณการซื้อขาย เดือนธันวาคม 2568

  • ปริมาณการซื้อขายรวม: 187.03 พันล้านดอลลาร์ (+11.77% จากเดือนก่อน)
  • ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน: 6.03 พันล้านดอลลาร์ (+8.17% MoM)
  • แรงขับเคลื่อนหลัก: ทองคำ (XAU/USD +22.3 พันล้านดอลลาร์)
  • เติบโตสูงสุด: DE40 (+1,755.76%)
ปริมาณการซื้อขาย D Prime ธ.ค. 2568 ฟื้นตัว
รายงานปริมาณการซื้อขายของ D Prime – ธันวาคม 2568: 187.03 พันล้านดอลลาร์

ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 D Prime มีปริมาณการซื้อขายรวมอยู่ที่ 187.03 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 11.77% จากเดือนพฤศจิกายน ขณะที่ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน (ADV) เพิ่มขึ้นเป็น 6.03 พันล้านดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้น 8.17% เมื่อเทียบรายเดือน จากการที่นักลงทุนตอบสนองต่อทิศทางราคาที่ชัดเจนขึ้นและบรรยากาศตลาดปลายปีที่คึกคัก

แล้วอะไรคือสิ่งที่เปลี่ยนไป และเหตุใดเดือนธันวาคมจึงรู้สึกแตกต่าง?

เมื่อ ตลาดหยุดรอ และเริ่มเคลื่อนไหว

เดือนพฤศจิกายนคือช่วงแห่งความอดทน แต่เดือนธันวาคมคือการกลับมาของการลงมือทำ

เมื่อตลาดใกล้สิ้นปี นักลงทุนเริ่มปรับพอร์ต วางตำแหน่งการลงทุน และประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจและนโยบายใหม่ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เริ่มสะท้อนออกมาในพฤติกรรมของราคาอย่างชัดเจน

ตลาดที่เคยเคลื่อนไหวในกรอบแคบเริ่มขยับอย่างมีทิศทาง

และเมื่อราคามีทิศทาง กิจกรรมการซื้อขายก็มักจะเพิ่มขึ้นตามมา

ทองคำกลายเป็นสัญญาณสำคัญ

หากมีสินทรัพย์ใดสะท้อนแรงส่งของเดือนธันวาคมได้ชัดเจนที่สุด นั่นคือทองคำ

ตลอดทั้งเดือน XAU/USD แสดงความผันผวนอย่างต่อเนื่อง ราคาปรับตัวขึ้นในช่วงต้นเดือน ทะลุระดับ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในวันที่ 24 ธันวาคม และทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 4,549.69 ดอลลาร์ ก่อนจะปรับฐานและปิดเดือนใกล้ระดับ 4,318 ดอลลาร์

วัฏจักรของการปรับขึ้น การพักฐาน และการฟื้นตัวนี้ สร้างกรอบการซื้อขายที่กว้างและมีโอกาสมากขึ้น

กรอบราคาที่กว้าง มักนำมาซึ่งการตัดสินใจ

ส่งผลให้ XAU/USD มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นมากที่สุด เพิ่มขึ้นถึง 22.3 พันล้านดอลลาร์จากเดือนก่อน และเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการเติบโตในเดือนธันวาคม

กิจกรรมการซื้อขายกระจายไปยังหลายตลาด

แม้ว่าทองคำจะเป็นผู้นำ แต่เดือนธันวาคมไม่ใช่เดือนของตลาดเดียว

ปริมาณการซื้อขาย D Prime ธ.ค. 2568 ฟื้นตัว
รายงานปริมาณการซื้อขายของ D Prime – ธันวาคม 2568: สินค้าที่มีการซื้อขายมากที่สุด

XAU/USD, EUR/USD, NAS100, BTC/UST และ GBP/USD เป็นสินทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด สะท้อนความสนใจในสินทรัพย์ปลอดภัย คู่เงินหลัก ดัชนีหุ้น และสินทรัพย์ดิจิทัล

ขณะเดียวกัน DE40 ก็โดดเด่นขึ้นมาอย่างเงียบ ๆ
โดยปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นถึง 1,755.76% จากการฟื้นตัวของตลาดหุ้นยุโรปช่วงปลายปี และผลของฐานที่ต่ำในช่วงก่อนหน้า

สำหรับนักลงทุนที่มองลึกกว่าพาดหัวข่าว นี่คือสัญญาณที่สำคัญ

ปริมาณการซื้อขายเดือนธันวาคมสะท้อนอะไร

การฟื้นตัวของ ปริมาณการซื้อขายของ D Prime เดือนธันวาคม 2568 ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขที่เพิ่มขึ้น แต่สะท้อนถึงการมีส่วนร่วมของตลาดที่สูงขึ้น จากความผันผวนและทิศทางราคาที่ชัดเจน

เดือนธันวาคมให้รางวัลกับความยืดหยุ่น
ทองคำให้แรงส่ง
ดัชนีให้โอกาสฟื้นตัว
ค่าเงินและคริปโตช่วยกระจายความเสี่ยง

เมื่อหลายตลาดเคลื่อนไหว นักลงทุนก็มีส่วนร่วมมากขึ้น

ปิดปี 2568 ด้วยแรงส่ง

เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2569 นักลงทุนจะให้ความสนใจกับจังหวะการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจโลก และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงดำเนินอยู่

ที่ D Prime เรามุ่งมั่นสนับสนุนนักลงทุนในทุกช่วงของตลาด ด้วย สภาพคล่องที่ลึก การส่งคำสั่งที่มีเสถียรภาพ และการเข้าถึงโอกาส ไม่ว่าตลาดจะเคลื่อนไหวเร็วหรือชะลอตัว


ข้อสงวนสิทธิ์

ข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการเงิน การลงทุน กฎหมาย ภาษี หรือคำแนะนำในลักษณะอื่นใดจากผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงไม่ถือเป็นคำแนะนำ การชักชวน หรือข้อเสนอในการซื้อหรือขายตราสารทางการเงินใด ๆ เนื้อหาในเอกสารนี้ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงข้อมูล ตัวเลข การวิเคราะห์ และความคิดเห็นเกี่ยวกับตลาด อ้างอิงจากข้อมูลภายในและ/หรือแหล่งข้อมูลสาธารณะ ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือปรับปรุงได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่ได้คำนึงถึงวัตถุประสงค์การลงทุนหรือสถานะทางการเงินของผู้อ่านแต่ละราย

ผลการดำเนินงานในอดีตไม่สามารถใช้เป็นตัวบ่งชี้ผลการดำเนินงานในอนาคตได้ และ D Prime รวมถึงบริษัทในเครือ ไม่ให้การรับประกันหรือยืนยันว่ามุมมอง การคาดการณ์ หรือการประมาณการใด ๆ ที่ระบุไว้ในเอกสารนี้จะเกิดขึ้นจริง

ตัวเลขและสถิติที่นำเสนอเป็นข้อมูลในอดีต ไม่ผ่านการตรวจสอบ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ความเห็น การวิเคราะห์ และข้อมูลด้านตลาดอ้างอิงจากข้อมูลที่มีอยู่ ณ วันที่เผยแพร่ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงในภายหลัง D Prime และบริษัทในเครือไม่รับรองความถูกต้อง ความครบถ้วน หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และขอปฏิเสธความรับผิดใด ๆ ต่อความเสียหายหรือความสูญเสีย ไม่ว่าจะเป็นทางตรง ทางอ้อม ความเสียหายที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ หรือความเสียหายต่อเนื่อง อันเกิดจากการใช้หรือการอาศัยข้อมูลในเอกสารนี้

การซื้อขายผลิตภัณฑ์ที่มีเลเวอเรจ เช่น สัญญาซื้อขายส่วนต่าง (CFDs) มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากความผันผวนของมูลค่าและราคาที่รวดเร็วและไม่สามารถคาดการณ์ได้ และอาจไม่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนทุกคน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนเป็นจำนวนมาก รวมถึงการขาดทุนที่สูงกว่าเงินลงทุนเริ่มต้นภายในระยะเวลาอันสั้น

ขอแนะนำอย่างยิ่งให้ผู้ลงทุนศึกษาทำความเข้าใจถึงลักษณะและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับตราสารทางการเงินแต่ละประเภทอย่างรอบคอบก่อนเริ่มทำการซื้อขายหรือทำธุรกรรมใด ๆ กับเรา เมื่อท่านทำธุรกรรมกับเรา ถือว่าท่านรับทราบและยอมรับความเสี่ยงดังกล่าวแล้ว ผู้ลงทุนควรทำการศึกษาข้อมูลด้วยตนเอง และพิจารณาวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และความสามารถในการรับความเสี่ยงของตนอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน รวมถึงควรขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญอิสระก่อนตัดสินใจด้านการเงิน การซื้อขาย หรือการลงทุนใด ๆ

ตัวเลขและสถิติทั้งหมดที่อ้างถึง รวมถึงปริมาณการซื้อขาย ตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน และการจัดอันดับผลิตภัณฑ์ อ้างอิงจากข้อมูลภายในที่รวบรวมโดยหน่วยงานที่ดำเนินงานภายใต้แบรนด์ “D Prime” ณ เดือนธันวาคม 2568 โดยแบรนด์ “D Prime” รวมถึง D Prime Vanuatu Limited ซึ่งเป็นบริษัทที่จัดตั้งและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Vanuatu Financial Services Commission (VFSC) ภายใต้ใบอนุญาตเลขที่ 700238

ผลิตภัณฑ์และบริการที่ระบุไว้ในเอกสารนี้อาจไม่สามารถให้บริการได้ในบางเขตอำนาจศาล การเผยแพร่หรือการใช้งานเอกสารฉบับนี้ในเขตอำนาจศาลที่ขัดต่อกฎหมายหรือข้อบังคับในท้องถิ่นถือเป็นสิ่งต้องห้ามโดยเด็ดขาด

ข่าวสาร D PrimeIconBrandElement

article-thumbnail

2026-09-24 | ข่าวสาร D Prime

#DooTrader International Cup: รอบที่ 4 เริ่มแล้ว พร้อมดวลอัตราผลตอบแทนรายวัน (Daily ROI PK) 

#DooTrader International Cup รอบที่ 4 เปิดตัว Daily ROI PK หรือดวลอัตราผลตอบแทนรายวัน ท้าคู่แข่งได้ทุกวัน ชนะรับ 10 คะแนน และหากแพ้ก็ไม่เสียคะแนน  #DooTrader International Cup: รอบที่ 4 เริ่มแล้ว พร้อมดวลอัตราผลตอบแทนรายวัน (Daily ROI PK)  รอบที่ 4 เริ่มแล้ว และการแข่งขันกำลังเข้มข้นขึ้นกว่าเดิม  ตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน 2026 เป็นต้นไป #DooTrader International Cup 26/27 เปิดตัว #DooTrader Daily ROI PK หรือ ดวลอัตราผลตอบแทนรายวัน ชาเลนจ์แบบตัวต่อตัวสำหรับเทรดเดอร์ที่ลงสนามในตลาดทุกวัน  ในแต่ละวัน #DooTrader จะแนะนำคู่แข่งให้คุณเลือก เลือกมา 1 คน เทรดให้เต็มวัน แล้วดูว่าใครทำอัตราผลตอบแทนได้สูงกว่า  ถ้าชนะ คุณจะได้รับ 10 คะแนน ถ้าแพ้ คะแนนของคุณจะยังคงเท่าเดิม  ทุกแมตช์คืออีกหนึ่งโอกาสในการไต่อันดับบนตารางคะแนนประจำซีซัน เข้าใกล้ Island Showdown Grand Final และร่วมชิงเงินรางวัลรวม USD 1 ล้าน  มาดูรายละเอียดสำคัญทั้งหมดของชาเลนจ์นี้กัน  ดวล 1 ต่อ 1 ทุกวัน สะสมคะแนนได้ทุกวัน: ชาเลนจ์ใหม่สำหรับเทรดเดอร์ที่เทรดเป็นประจำ  Daily ROI PK หรือดวลอัตราผลตอบแทนรายวัน คือฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดของรอบที่ 4 ที่ออกแบบมาเพื่อตอบแทนเทรดเดอร์ที่ลงสนามอย่างสม่ำเสมอ  คุณไม่ต้องรอให้จบรอบรายเดือน เพราะทุกวันคือโอกาสใหม่ในการเก็บคะแนนเพิ่ม  แล้วการดวลนี้มีอะไรน่าสนใจ?  หนึ่งวัน หนึ่งคู่แข่ง 10 คะแนนที่รอให้คุณชิง  ใครเข้าร่วมการดวลอัตราผลตอบแทนรายวันได้บ้าง: คุณสมบัติและกลุ่มการแข่งขัน  หากต้องการเข้าร่วม คุณต้องมีคุณสมบัติดังนี้:  การดวลจะแยกตาม 2 กลุ่มการแข่งขันเดิม ได้แก่ Rising Star และ Wave Rider คุณจะได้เจอกับเทรดเดอร์ในกลุ่มเดียวกันเท่านั้น เพื่อให้การแข่งขันเป็นธรรม  คุณสามารถเริ่มแมตช์ดวลได้สูงสุด 2 แมตช์ต่อวัน โดยแบ่งเป็นกลุ่มละ 1 แมตช์ เมื่อคุณท้าชิง ระบบจะเลือกบัญชีของคุณที่มีอัตราผลตอบแทนปัจจุบันสูงที่สุดเข้าสู่การดวลโดยอัตโนมัติ  2 กลุ่ม 2 แมตช์ ลุ้นรับได้สูงสุด 20 คะแนนต่อวัน  กำหนดการการดวลอัตราผลตอบแทนรายวัน: ระยะเวลาแคมเปญและเวลาปิดการลงทะเบียน  ก่อนเลือกคู่แข่งคนแรก อย่าลืมตรวจสอบเวลาให้ชัดเจน  ระยะเวลาแคมเปญ: 18 กันยายน 2026 ถึง 14 มกราคม 2027 (UTC+0) ช่วงเวลาท้าชิงรายวัน: 00:00:00 ถึง 22:59:59 (UTC+0) ช่วงเวลานับผลการแข่งขันรายวัน: 00:00:00 ถึง 23:59:59 (UTC+0)  สำคัญ: คุณจะไม่สามารถเริ่มแมตช์ใหม่ได้หลังเวลา 22:59:59 (UTC+0) ของแต่ละวัน หากเลยเวลานี้แล้ว ต้องรอถึงวันถัดไปจึงจะสามารถท้าชิงใหม่ได้  ดังนั้น อย่าลืมเลือกคู่แข่งให้ทันเวลา  4 ขั้นตอนสู่การดวลอัตราผลตอบแทนรายวันครั้งแรกของคุณ  เข้าสู่ระบบ #DooTrader Portal แล้วเปิดหน้า การดวลอัตราผลตอบแทนรายวัน จากนั้นทำตาม 4 ขั้นตอนนี้  1. รับรายชื่อคู่แข่ง ในแต่ละวัน […]

article-thumbnail

2026-09-22 | การเคลื่อนไหวของตลาด

CPI สหรัฐฯ ตรงตามคาด ทำไมเฟดยังเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย

เงินเฟ้อสหรัฐ (CPI) ออกมาตามคาด แต่ Fed ยังตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ย ดูว่าเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ดัชนีราคาผู้ผลิตของสหรัฐ (PPI) ราคาน้ำมัน และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ส่งผลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยอย่างไร

article-thumbnail

2026-09-17 | Dxperts

ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ(NFP) สูงเกินคาด ทำไมตลาดยังรอดูตัวเลข CPI 

ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ เดือนสิงหาคมออกมาดีกว่าคาด แต่ตลาดยังจับตา CPI เป็นหลัก ดูว่ารายงานจ้างงาน นโยบาย Fed และยีลด์พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อาจส่งผลต่อทองคำอย่างไรล สัญญาณแรกมาจากสุนทรพจน์ของ Kevin Warsh ประธาน Fed ที่งาน Jackson Hole โดย Warsh เน้นว่าเงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของ Fed และมองว่าการส่งสัญญาณชี้นำทิศทางนโยบายล่วงหน้าควรมีบทบาทจำกัดมากขึ้น ทำให้ตลาดมีความชัดเจนน้อยลงเกี่ยวกับเส้นทางอัตราดอกเบี้ยในอนาคต  จากนั้นตลาดได้รับรายงานการจ้างงานสหรัฐที่แข็งแกร่งกว่าคาดอย่างมาก  ตามรายงานสถานการณ์การจ้างงานเดือนสิงหาคมของสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่ง ขณะที่ตัวเลขเดือนมิถุนายนและกรกฎาคมถูกปรับเพิ่มขึ้นรวม 55,000 ตำแหน่ง  อย่างไรก็ตาม ตลาดไม่ได้ปรับไปคาดการณ์ว่าการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนมีโอกาสเกิดขึ้นสูงอย่างชัดเจนในทันที  หลังรายงานการจ้างงานออกมา ข้อมูลจาก CME FedWatch สะท้อนว่าตลาดประเมินความน่าจะเป็นของการขึ้นดอกเบี้ย 25 จุดพื้นฐาน ในเดือนกันยายนไว้ที่ราว 58% ซึ่งยังต่ำกว่าจุดสูงสุดใกล้ 63% ที่เกิดขึ้นช่วง Jackson Hole  คำถามคือ ทำไมตัวเลขการจ้างงานที่ออกมาดีกว่าคาดในระดับนี้ ยังไม่มากพอที่จะทำให้ตลาดได้ข้อสรุปเรื่องทิศทาง Fed?  คำตอบคือ รายงานการจ้างงานแข็งแกร่งก็จริง แต่ยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะเปลี่ยนปัจจัยที่สำคัญที่สุดต่อทิศทางนโยบายการเงินในตอนนี้  ตลาดแรงงานยังดูแข็งแกร่ง แต่เงินเฟ้อคือประเด็นที่ตลาดกังวลมากกว่า  และความแตกต่างนี้อาจเป็นตัวกำหนดทิศทางถัดไปของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ดอลลาร์สหรัฐ และทองคำ  ตัวเลขจ้างงานสหรัฐออกมาดีกว่าคาด แต่ยังไม่พอเปลี่ยนภาพตลาดแรงงาน  ไม่ต้องสงสัยว่ารายงานการจ้างงานเดือนสิงหาคมออกมาดีกว่าคาด  ข้อมูลจาก BLS แสดงให้เห็นว่าตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราว่างงานทรงตัวที่ 4.1% และอัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานเพิ่มขึ้นจาก 61.4% เป็น 61.6%  ตัวเลขการจ้างงานเดือนมิถุนายนถูกปรับจาก +20,000 เป็น +31,000 ตำแหน่ง ขณะที่เดือนกรกฎาคมถูกปรับจากการลดลง 23,000 ตำแหน่ง เป็น เพิ่มขึ้น 21,000 ตำแหน่ง  การปรับทบทวนตัวเลขดังกล่าวช่วยลดความกังวลอย่างมากว่า ตลาดแรงงานสหรัฐอาจกำลังเข้าสู่ภาวะชะลอตัวรุนแรง  แต่หากมองลึกลงไปกว่าตัวเลขหลัก ภาพรวมยังค่อนข้างสมดุล  จากตำแหน่งงานใหม่ทั้งหมด 162,000 ตำแหน่ง มี 59,000 ตำแหน่งมาจากกลุ่มร้านอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยการจ้างงานรายเดือนของภาคธุรกิจนี้ในปีที่ผ่านมาอย่างมากที่ 12,000 ตำแหน่ง อีก 42,000 ตำแหน่งมาจากการศึกษาของรัฐบาลท้องถิ่น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการฟื้นตัวกลับมาหลังจากลดลงในเดือนก่อนหน้า  เมื่อรวมกันแล้ว ทั้งสองกลุ่มนี้คิดเป็นมากกว่า 60% ของการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นในเดือนสิงหาคม  ภาคส่วนอื่น ๆ เปลี่ยนแปลงไม่มากนัก ภาคการผลิตเพิ่มขึ้น 16,000 ตำแหน่ง ภาคก่อสร้างเพิ่มขึ้น 22,000 ตำแหน่ง และภาคสาธารณสุขยังขยายตัวต่อเนื่อง ขณะที่การจ้างงานในภาคข้อมูลข่าวสารลดลง 23,000 ตำแหน่ง  การเติบโตของค่าจ้างยังอยู่ในระดับที่ไม่น่ากังวลมากนัก  ค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมงเพิ่มขึ้น 0.3% เทียบกับเดือนก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 3.1% เทียบกับปีก่อนหน้า  ประเด็นนี้สำคัญ เพราะรายงานการจ้างงานที่แข็งแกร่งจะกลายเป็นเรื่องที่ Fed ต้องกังวลมากขึ้น หากมาพร้อมกับแรงกดดันด้านค่าจ้างที่เร่งตัวขึ้น  แต่รายงานเดือนสิงหาคมยังไม่พบแรงกดดันด้านค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นชัดเจน  ดังนั้น รายงานนี้จึงเปลี่ยนมุมมองต่อตลาดแรงงาน แต่ยังไม่ได้เปลี่ยนภาพทั้งหมด  รายงานดังกล่าวช่วยลดความเสี่ยงขาลงส่วนใหญ่ที่เกิดจากตัวเลขเดือนกรกฎาคมที่อ่อนแอ แต่สิ่งที่รายงานนี้ ยังไม่ได้พิสูจน์คือการจ้างงานได้เข้าสู่ช่วงเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็วรอบใหม่แล้ว  ตลาดแรงงานสหรัฐยังดูแข็งแกร่งและรับแรงกดดันได้ดี  แต่ยังไม่ได้ร้อนแรงเกินไปในตอนนี้  […]