สรุปข่าวการเงินและการลงทุนประจำวันพฤหัสบดีที่ 21 กรกฎาคม 2565

สรุปข่าวการเงินและการลงทุนประจำวันพฤหัสบดีที่ 21 กรกฎาคม 2565

2022-07-21 | Current Affairs , ข่าวสารการลงทุน

This image has an empty alt attribute; its file name is ข่าวอันใหม่.jpg

— ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ในวันพุธ (20 ก.ค.) ขณะที่ดัชนี Nasdaq พุ่งขึ้นเกือบ 1.6% โดยได้ปัจจัยหนุนจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 31,874.84 จุด เพิ่มขึ้น 47.79 จุด หรือ + 0.15%

— ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (ADB) ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจเอเชียในปีนี้และปีหน้า โดยระบุว่าเศรษฐกิจในภูมิภาคดังกล่าวได้รับผลกระทบจากการที่รัสเซียส่งกองกำลังทหารรุกรานยูเครน รวมทั้งการที่ธนาคารกลางทั่วโลกพากันปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ และผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจเอเชียประจำปี 2565 (Asian Development Outlook 2022) ซึ่งมีการเผยแพร่ในวันพุธ (20 ก.ค.) ระบุว่า ADB ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาของเอเชียซึ่งรวมถึงจีนและอินเดีย ลงสู่ระดับ 4.6% ในปี 2565 จากตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ระดับ 5.2% และปรับลดตัวเลขคาดการณ์ในปี 2566 ลงสู่ระดับ 5.2% จากเดิม 5.3%

— บริษัทเทสลา อิงค์ เปิดเผยว่า บริษัทได้ขายบิตคอยน์ในสัดส่วนสูงถึง 75% ของจำนวนบิตคอยน์ที่บริษัทถือครองอยู่ คิดเป็นมูลค่าการขาย 936 ล้านดอลลาร์

ทั้งนี้ เทสลาได้เทขายบิตคอยน์ หลังจากมูลค่าของบิตคอยน์ทรุดตัวลงอย่างหนัก โดยร่วงลงมากกว่า 50% แล้วในปีนี้

— สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐลดลง 400,000 บาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 200,000 บาร์เรล

สถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (API) ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมันของสหรัฐ เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐเพิ่มขึ้น 1.9 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว

— YouGov ซึ่งเป็นบริษัทสำรวจความคิดเห็นผ่านระบบออนไลน์ เปิดเผยว่า นายริชิ ซูแนค อดีตรัฐมนตรีคลังอังกฤษ จะพ่ายแพ้ต่อนางลิซ ทรัสส์ รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ ในการลงคะแนนเลือกหัวหน้าพรรคอนุรักษ์นิยมคนใหม่จากสมาชิกพรรคทั่วประเทศ แม้ว่าเขาจะมีคะแนนนำเป็นอันดับ 1 ในการลงคะแนนทุกรอบของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสังกัดพรรคอนุรักษ์นิยม

ทั้งนี้ YouGov เปิดเผยว่า จากการสำรวจสมาชิกพรรคอนุรักษ์นิยมทั่วอังกฤษ พบว่า นางทรัสส์จะได้รับคะแนนเหนือกว่านายซูแนค 54 ต่อ 35

— Coinbase Global Inc. ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลใหญ่ที่สุดในสหรัฐ แถลงว่า ทางบริษัทไม่มีความเสี่ยงทางด้านคู่ค้าที่เกี่ยวข้องกับ Celsius, Three Arrows Capital และ Voyager Digital ซึ่งต่างก็เป็นแพลตฟอร์มปล่อยกู้คริปโทเคอร์เรนซีรายใหญ่ของโลกที่ประสบภาวะล้มละลายก่อนหน้านี้

นอกจากนี้ Coinbase ยังระบุว่า บริษัทไม่มีความเสี่ยงทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์มดังกล่าว

— ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาแอตแลนตา เปิดเผยว่า แบบจำลองคาดการณ์ GDPNow ล่าสุดแสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจสหรัฐหดตัว 1.6% ในไตรมาส 2/65 จากเดิมที่คาดการณ์ในวันที่ 15 ก.ค.ว่ามีแนวโน้มหดตัว 1.5%

ตัวเลขคาดการณ์ GDPNow บ่งชี้ว่า เศรษฐกิจสหรัฐหดตัว 1.6% ทั้งในไตรมาส 1 และ 2 ซึ่งแสดงว่าสหรัฐเข้าเกณฑ์นิยามของการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย เนื่องจากเศรษฐกิจหดตัว 2 ไตรมาสติดต่อกัน

— นางเคธี วูด ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท Ark Investment Management ประกาศปิดกองทุน ARK Transparency ETF โดยจะมีผลในสิ้นเดือนนี้

การดำเนินการดังกล่าวถือเป็นการปิดกองทุน ETF เป็นครั้งแรกของ Ark Investment

— ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญที่เปิดเผยในวันนี้ ญี่ปุ่นมีกำหนดเปิดเผยยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าเดือนมิ.ย. และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ย, ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีกำหนดประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ย และสหรัฐจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีการผลิตเดือนก.ค.จากเฟดฟิลาเดลเฟีย และดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือนมิ.ย.จากคอนเฟอเรนซ์บอร์ด (Conference Board)

อ้างอิง อินโฟเควสท์

สารจาก D PrimeIconBrandElement

article-thumbnail

2026-09-24 | ข่าวสาร D Prime

#DooTrader International Cup: รอบที่ 4 เริ่มแล้ว พร้อมดวลอัตราผลตอบแทนรายวัน (Daily ROI PK) 

#DooTrader International Cup รอบที่ 4 เปิดตัว Daily ROI PK หรือดวลอัตราผลตอบแทนรายวัน ท้าคู่แข่งได้ทุกวัน ชนะรับ 10 คะแนน และหากแพ้ก็ไม่เสียคะแนน  #DooTrader International Cup: รอบที่ 4 เริ่มแล้ว พร้อมดวลอัตราผลตอบแทนรายวัน (Daily ROI PK)  รอบที่ 4 เริ่มแล้ว และการแข่งขันกำลังเข้มข้นขึ้นกว่าเดิม  ตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน 2026 เป็นต้นไป #DooTrader International Cup 26/27 เปิดตัว #DooTrader Daily ROI PK หรือ ดวลอัตราผลตอบแทนรายวัน ชาเลนจ์แบบตัวต่อตัวสำหรับเทรดเดอร์ที่ลงสนามในตลาดทุกวัน  ในแต่ละวัน #DooTrader จะแนะนำคู่แข่งให้คุณเลือก เลือกมา 1 คน เทรดให้เต็มวัน แล้วดูว่าใครทำอัตราผลตอบแทนได้สูงกว่า  ถ้าชนะ คุณจะได้รับ 10 คะแนน ถ้าแพ้ คะแนนของคุณจะยังคงเท่าเดิม  ทุกแมตช์คืออีกหนึ่งโอกาสในการไต่อันดับบนตารางคะแนนประจำซีซัน เข้าใกล้ Island Showdown Grand Final และร่วมชิงเงินรางวัลรวม USD 1 ล้าน  มาดูรายละเอียดสำคัญทั้งหมดของชาเลนจ์นี้กัน  ดวล 1 ต่อ 1 ทุกวัน สะสมคะแนนได้ทุกวัน: ชาเลนจ์ใหม่สำหรับเทรดเดอร์ที่เทรดเป็นประจำ  Daily ROI PK หรือดวลอัตราผลตอบแทนรายวัน คือฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดของรอบที่ 4 ที่ออกแบบมาเพื่อตอบแทนเทรดเดอร์ที่ลงสนามอย่างสม่ำเสมอ  คุณไม่ต้องรอให้จบรอบรายเดือน เพราะทุกวันคือโอกาสใหม่ในการเก็บคะแนนเพิ่ม  แล้วการดวลนี้มีอะไรน่าสนใจ?  หนึ่งวัน หนึ่งคู่แข่ง 10 คะแนนที่รอให้คุณชิง  ใครเข้าร่วมการดวลอัตราผลตอบแทนรายวันได้บ้าง: คุณสมบัติและกลุ่มการแข่งขัน  หากต้องการเข้าร่วม คุณต้องมีคุณสมบัติดังนี้:  การดวลจะแยกตาม 2 กลุ่มการแข่งขันเดิม ได้แก่ Rising Star และ Wave Rider คุณจะได้เจอกับเทรดเดอร์ในกลุ่มเดียวกันเท่านั้น เพื่อให้การแข่งขันเป็นธรรม  คุณสามารถเริ่มแมตช์ดวลได้สูงสุด 2 แมตช์ต่อวัน โดยแบ่งเป็นกลุ่มละ 1 แมตช์ เมื่อคุณท้าชิง ระบบจะเลือกบัญชีของคุณที่มีอัตราผลตอบแทนปัจจุบันสูงที่สุดเข้าสู่การดวลโดยอัตโนมัติ  2 กลุ่ม 2 แมตช์ ลุ้นรับได้สูงสุด 20 คะแนนต่อวัน  กำหนดการการดวลอัตราผลตอบแทนรายวัน: ระยะเวลาแคมเปญและเวลาปิดการลงทะเบียน  ก่อนเลือกคู่แข่งคนแรก อย่าลืมตรวจสอบเวลาให้ชัดเจน  ระยะเวลาแคมเปญ: 18 กันยายน 2026 ถึง 14 มกราคม 2027 (UTC+0) ช่วงเวลาท้าชิงรายวัน: 00:00:00 ถึง 22:59:59 (UTC+0) ช่วงเวลานับผลการแข่งขันรายวัน: 00:00:00 ถึง 23:59:59 (UTC+0)  สำคัญ: คุณจะไม่สามารถเริ่มแมตช์ใหม่ได้หลังเวลา 22:59:59 (UTC+0) ของแต่ละวัน หากเลยเวลานี้แล้ว ต้องรอถึงวันถัดไปจึงจะสามารถท้าชิงใหม่ได้  ดังนั้น อย่าลืมเลือกคู่แข่งให้ทันเวลา  4 ขั้นตอนสู่การดวลอัตราผลตอบแทนรายวันครั้งแรกของคุณ  เข้าสู่ระบบ #DooTrader Portal แล้วเปิดหน้า การดวลอัตราผลตอบแทนรายวัน จากนั้นทำตาม 4 ขั้นตอนนี้  1. รับรายชื่อคู่แข่ง ในแต่ละวัน […]

article-thumbnail

2026-09-22 | การเคลื่อนไหวของตลาด

CPI สหรัฐฯ ตรงตามคาด ทำไมเฟดยังเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย

เงินเฟ้อสหรัฐ (CPI) ออกมาตามคาด แต่ Fed ยังตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ย ดูว่าเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ดัชนีราคาผู้ผลิตของสหรัฐ (PPI) ราคาน้ำมัน และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ส่งผลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยอย่างไร

article-thumbnail

2026-09-17 | Dxperts

ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ(NFP) สูงเกินคาด ทำไมตลาดยังรอดูตัวเลข CPI 

ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ เดือนสิงหาคมออกมาดีกว่าคาด แต่ตลาดยังจับตา CPI เป็นหลัก ดูว่ารายงานจ้างงาน นโยบาย Fed และยีลด์พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อาจส่งผลต่อทองคำอย่างไรล สัญญาณแรกมาจากสุนทรพจน์ของ Kevin Warsh ประธาน Fed ที่งาน Jackson Hole โดย Warsh เน้นว่าเงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของ Fed และมองว่าการส่งสัญญาณชี้นำทิศทางนโยบายล่วงหน้าควรมีบทบาทจำกัดมากขึ้น ทำให้ตลาดมีความชัดเจนน้อยลงเกี่ยวกับเส้นทางอัตราดอกเบี้ยในอนาคต  จากนั้นตลาดได้รับรายงานการจ้างงานสหรัฐที่แข็งแกร่งกว่าคาดอย่างมาก  ตามรายงานสถานการณ์การจ้างงานเดือนสิงหาคมของสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่ง ขณะที่ตัวเลขเดือนมิถุนายนและกรกฎาคมถูกปรับเพิ่มขึ้นรวม 55,000 ตำแหน่ง  อย่างไรก็ตาม ตลาดไม่ได้ปรับไปคาดการณ์ว่าการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนมีโอกาสเกิดขึ้นสูงอย่างชัดเจนในทันที  หลังรายงานการจ้างงานออกมา ข้อมูลจาก CME FedWatch สะท้อนว่าตลาดประเมินความน่าจะเป็นของการขึ้นดอกเบี้ย 25 จุดพื้นฐาน ในเดือนกันยายนไว้ที่ราว 58% ซึ่งยังต่ำกว่าจุดสูงสุดใกล้ 63% ที่เกิดขึ้นช่วง Jackson Hole  คำถามคือ ทำไมตัวเลขการจ้างงานที่ออกมาดีกว่าคาดในระดับนี้ ยังไม่มากพอที่จะทำให้ตลาดได้ข้อสรุปเรื่องทิศทาง Fed?  คำตอบคือ รายงานการจ้างงานแข็งแกร่งก็จริง แต่ยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะเปลี่ยนปัจจัยที่สำคัญที่สุดต่อทิศทางนโยบายการเงินในตอนนี้  ตลาดแรงงานยังดูแข็งแกร่ง แต่เงินเฟ้อคือประเด็นที่ตลาดกังวลมากกว่า  และความแตกต่างนี้อาจเป็นตัวกำหนดทิศทางถัดไปของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ดอลลาร์สหรัฐ และทองคำ  ตัวเลขจ้างงานสหรัฐออกมาดีกว่าคาด แต่ยังไม่พอเปลี่ยนภาพตลาดแรงงาน  ไม่ต้องสงสัยว่ารายงานการจ้างงานเดือนสิงหาคมออกมาดีกว่าคาด  ข้อมูลจาก BLS แสดงให้เห็นว่าตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราว่างงานทรงตัวที่ 4.1% และอัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานเพิ่มขึ้นจาก 61.4% เป็น 61.6%  ตัวเลขการจ้างงานเดือนมิถุนายนถูกปรับจาก +20,000 เป็น +31,000 ตำแหน่ง ขณะที่เดือนกรกฎาคมถูกปรับจากการลดลง 23,000 ตำแหน่ง เป็น เพิ่มขึ้น 21,000 ตำแหน่ง  การปรับทบทวนตัวเลขดังกล่าวช่วยลดความกังวลอย่างมากว่า ตลาดแรงงานสหรัฐอาจกำลังเข้าสู่ภาวะชะลอตัวรุนแรง  แต่หากมองลึกลงไปกว่าตัวเลขหลัก ภาพรวมยังค่อนข้างสมดุล  จากตำแหน่งงานใหม่ทั้งหมด 162,000 ตำแหน่ง มี 59,000 ตำแหน่งมาจากกลุ่มร้านอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยการจ้างงานรายเดือนของภาคธุรกิจนี้ในปีที่ผ่านมาอย่างมากที่ 12,000 ตำแหน่ง อีก 42,000 ตำแหน่งมาจากการศึกษาของรัฐบาลท้องถิ่น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการฟื้นตัวกลับมาหลังจากลดลงในเดือนก่อนหน้า  เมื่อรวมกันแล้ว ทั้งสองกลุ่มนี้คิดเป็นมากกว่า 60% ของการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นในเดือนสิงหาคม  ภาคส่วนอื่น ๆ เปลี่ยนแปลงไม่มากนัก ภาคการผลิตเพิ่มขึ้น 16,000 ตำแหน่ง ภาคก่อสร้างเพิ่มขึ้น 22,000 ตำแหน่ง และภาคสาธารณสุขยังขยายตัวต่อเนื่อง ขณะที่การจ้างงานในภาคข้อมูลข่าวสารลดลง 23,000 ตำแหน่ง  การเติบโตของค่าจ้างยังอยู่ในระดับที่ไม่น่ากังวลมากนัก  ค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมงเพิ่มขึ้น 0.3% เทียบกับเดือนก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 3.1% เทียบกับปีก่อนหน้า  ประเด็นนี้สำคัญ เพราะรายงานการจ้างงานที่แข็งแกร่งจะกลายเป็นเรื่องที่ Fed ต้องกังวลมากขึ้น หากมาพร้อมกับแรงกดดันด้านค่าจ้างที่เร่งตัวขึ้น  แต่รายงานเดือนสิงหาคมยังไม่พบแรงกดดันด้านค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นชัดเจน  ดังนั้น รายงานนี้จึงเปลี่ยนมุมมองต่อตลาดแรงงาน แต่ยังไม่ได้เปลี่ยนภาพทั้งหมด  รายงานดังกล่าวช่วยลดความเสี่ยงขาลงส่วนใหญ่ที่เกิดจากตัวเลขเดือนกรกฎาคมที่อ่อนแอ แต่สิ่งที่รายงานนี้ ยังไม่ได้พิสูจน์คือการจ้างงานได้เข้าสู่ช่วงเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็วรอบใหม่แล้ว  ตลาดแรงงานสหรัฐยังดูแข็งแกร่งและรับแรงกดดันได้ดี  แต่ยังไม่ได้ร้อนแรงเกินไปในตอนนี้  […]