แบงก์ชาติไต้หวันเล็งพิจารณาเงินเฟ้อ-จีดีพีก่อนปรับดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า

แบงก์ชาติไต้หวันเล็งพิจารณาเงินเฟ้อ-จีดีพีก่อนปรับดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า

2023-05-24 | commodities , Current Affairs , Forex , Securities

นายหยาง ชิน-หลง ผู้ว่าการธนาคารกลางไต้หวันเปิดเผยในวันนี้ (24 พ.ค.) ว่า ไต้หวันจะพิจารณาอัตราเงินเฟ้อและการเติบโตของเศรษฐกิจเมื่อต้องตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไปในเดือนมิ.ย. แต่เศรษฐกิจของไต้หวันอาจจะยังไม่ฟื้นตัวจนกว่าจะถึงไตรมาสที่ 4

ทั้งนี้ แม้ไต้หวันปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามรอยประเทศเศรษฐกิจใหญ่อื่น ๆ ในการควบคุมอัตราเงินเฟ้อ แต่ไต้หวันปรับขึ้นในอัตราที่ช้ากว่า ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเงินเฟ้อของไต้หวันซึ่งอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ

อ้างอิง อินโฟเควสท์

ผู้ผลิตเกาหลีใต้มีความเชื่อมั่นทางธุรกิจเพิ่มขึ้นในเดือนพ.ค.

ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) เปิดเผยข้อมูลในวันนี้ (24 พ.ค.) บ่งชี้ว่า ความเชื่อมั่นของกลุ่มผู้ผลิตเกาหลีใต้เกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นในเดือนพ.ค. เนื่องจากคาดการณ์เกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

ข้อมูลระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ (BSI) สำหรับผู้ผลิต เพิ่มขึ้น 3 จุด แตะที่ระดับ 73 ในเดือนพ.ค. ซึ่งสะท้อนถึงการคาดการณ์เกี่ยวกับการฟื้นตัวของผลประกอบการในกลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่ในปลายปีนี้ ซึ่งจะช่วยชดเชยความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

อ้างอิง อินโฟเควสท์

แบงก์ชาตินิวซีแลนด์ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 5.50% ตามคาด

ธนาคารกลางนิวซีแลนด์ (RBNZ) ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 5.50% จากเดิมที่ระดับ 5.25% ในการประชุมวันนี้ (24 พ.ค.) พร้อมระบุว่า RBNZ ดำเนินการเพื่อสกัดเงินเฟ้อมาเพียงพอแล้ว ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณระงับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในอนาคต โดยกรณีดังกล่าวทำให้ดอลลาร์นิวซีแลนด์อ่อนค่าลง

การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายครั้งนี้สอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ 18 จาก 21 รายในผลสำรวจที่จัดทำโดยสำนักข่าวบลูมเบิร์ก ขณะเดียวกันการคาดการณ์ของ RBNZ ยังบ่งชี้ว่า คณะกรรมการนโยบายการเงินของ RBNZ จะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติม และมีแนวโน้มที่จะเริ่มลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในไตรมาส 3/2567

อ้างอิง อินโฟเควสท์

น้ำมันพุ่งสูงขึ้นสินค้าคงคลังน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ลดลงอย่างรวดเร็ว

Investing.com — ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นในการซื้อขายของตลาดเอเชียในวันพุธ เนื่องจากข้อมูลอุตสาหกรรมส่งสัญญาณว่าสินค้าคงคลังน้ำมันดิบสหรัฐฯ ลดลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้อุปทานตึงตัวมากขึ้น แม้ว่าความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของการเติบโตทางเศรษฐกิจและการผิดนัดชำระหนี้ของสหรัฐฯ ยังคงมีอยู่ก็ตาม

ข้อมูลจาก สถาบันปิโตรเลียมอเมริกัน (API) แสดงให้เห็นว่าสินค้าคงคลังน้ำมันดิบของสหรัฐฯ หดตัวในอัตราที่เร็วที่สุดในรอบเกือบหกเดือนในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากความต้องการน้ำมันเบนซินพุ่งสูงขึ้นก่อนฤดูร้อนที่การเดินทางหนาแน่น

อ้างอิง Investing.com

หุ้นเอเชียร่วงท่ามกลางความไม่แน่นอนของการเจรจาเพดานหนี้

Investing.com — ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวลงเมื่อวันพุธ ร่วงลงตามการขาดทุนในหุ้นสหรัฐฯ เนื่องจากยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงการเพิ่มเพดานหนี้ ขณะที่ความกลัวว่าความตึงเครียดระหว่างจีน-สหรัฐฯ จะเลวร้ายลงยังบั่นทอนความเชื่อมั่นในภูมิภาคนี้ด้วย

หุ้นจีนส่วนใหญ่เคลื่อนไหวในแดนลบ โดยดัชนี CSI 300 และ เซี่ยงไฮ้คอมโพสิต ลดลง 0.6% และ 0.5% ตามลำดับ การขาดทุนในหุ้นจีนที่จดทะเบียนในฮ่องกงทำให้ ดัชนีฮั่งเส็ง ลดลง 1.1%

อ้างอิง Investing.com

สารจาก D PrimeIconBrandElement

article-thumbnail

2026-09-24 | ข่าวสาร D Prime

#DooTrader International Cup: รอบที่ 4 เริ่มแล้ว พร้อมดวลอัตราผลตอบแทนรายวัน (Daily ROI PK) 

#DooTrader International Cup รอบที่ 4 เปิดตัว Daily ROI PK หรือดวลอัตราผลตอบแทนรายวัน ท้าคู่แข่งได้ทุกวัน ชนะรับ 10 คะแนน และหากแพ้ก็ไม่เสียคะแนน  #DooTrader International Cup: รอบที่ 4 เริ่มแล้ว พร้อมดวลอัตราผลตอบแทนรายวัน (Daily ROI PK)  รอบที่ 4 เริ่มแล้ว และการแข่งขันกำลังเข้มข้นขึ้นกว่าเดิม  ตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน 2026 เป็นต้นไป #DooTrader International Cup 26/27 เปิดตัว #DooTrader Daily ROI PK หรือ ดวลอัตราผลตอบแทนรายวัน ชาเลนจ์แบบตัวต่อตัวสำหรับเทรดเดอร์ที่ลงสนามในตลาดทุกวัน  ในแต่ละวัน #DooTrader จะแนะนำคู่แข่งให้คุณเลือก เลือกมา 1 คน เทรดให้เต็มวัน แล้วดูว่าใครทำอัตราผลตอบแทนได้สูงกว่า  ถ้าชนะ คุณจะได้รับ 10 คะแนน ถ้าแพ้ คะแนนของคุณจะยังคงเท่าเดิม  ทุกแมตช์คืออีกหนึ่งโอกาสในการไต่อันดับบนตารางคะแนนประจำซีซัน เข้าใกล้ Island Showdown Grand Final และร่วมชิงเงินรางวัลรวม USD 1 ล้าน  มาดูรายละเอียดสำคัญทั้งหมดของชาเลนจ์นี้กัน  ดวล 1 ต่อ 1 ทุกวัน สะสมคะแนนได้ทุกวัน: ชาเลนจ์ใหม่สำหรับเทรดเดอร์ที่เทรดเป็นประจำ  Daily ROI PK หรือดวลอัตราผลตอบแทนรายวัน คือฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดของรอบที่ 4 ที่ออกแบบมาเพื่อตอบแทนเทรดเดอร์ที่ลงสนามอย่างสม่ำเสมอ  คุณไม่ต้องรอให้จบรอบรายเดือน เพราะทุกวันคือโอกาสใหม่ในการเก็บคะแนนเพิ่ม  แล้วการดวลนี้มีอะไรน่าสนใจ?  หนึ่งวัน หนึ่งคู่แข่ง 10 คะแนนที่รอให้คุณชิง  ใครเข้าร่วมการดวลอัตราผลตอบแทนรายวันได้บ้าง: คุณสมบัติและกลุ่มการแข่งขัน  หากต้องการเข้าร่วม คุณต้องมีคุณสมบัติดังนี้:  การดวลจะแยกตาม 2 กลุ่มการแข่งขันเดิม ได้แก่ Rising Star และ Wave Rider คุณจะได้เจอกับเทรดเดอร์ในกลุ่มเดียวกันเท่านั้น เพื่อให้การแข่งขันเป็นธรรม  คุณสามารถเริ่มแมตช์ดวลได้สูงสุด 2 แมตช์ต่อวัน โดยแบ่งเป็นกลุ่มละ 1 แมตช์ เมื่อคุณท้าชิง ระบบจะเลือกบัญชีของคุณที่มีอัตราผลตอบแทนปัจจุบันสูงที่สุดเข้าสู่การดวลโดยอัตโนมัติ  2 กลุ่ม 2 แมตช์ ลุ้นรับได้สูงสุด 20 คะแนนต่อวัน  กำหนดการการดวลอัตราผลตอบแทนรายวัน: ระยะเวลาแคมเปญและเวลาปิดการลงทะเบียน  ก่อนเลือกคู่แข่งคนแรก อย่าลืมตรวจสอบเวลาให้ชัดเจน  ระยะเวลาแคมเปญ: 18 กันยายน 2026 ถึง 14 มกราคม 2027 (UTC+0) ช่วงเวลาท้าชิงรายวัน: 00:00:00 ถึง 22:59:59 (UTC+0) ช่วงเวลานับผลการแข่งขันรายวัน: 00:00:00 ถึง 23:59:59 (UTC+0)  สำคัญ: คุณจะไม่สามารถเริ่มแมตช์ใหม่ได้หลังเวลา 22:59:59 (UTC+0) ของแต่ละวัน หากเลยเวลานี้แล้ว ต้องรอถึงวันถัดไปจึงจะสามารถท้าชิงใหม่ได้  ดังนั้น อย่าลืมเลือกคู่แข่งให้ทันเวลา  4 ขั้นตอนสู่การดวลอัตราผลตอบแทนรายวันครั้งแรกของคุณ  เข้าสู่ระบบ #DooTrader Portal แล้วเปิดหน้า การดวลอัตราผลตอบแทนรายวัน จากนั้นทำตาม 4 ขั้นตอนนี้  1. รับรายชื่อคู่แข่ง ในแต่ละวัน […]

article-thumbnail

2026-09-22 | การเคลื่อนไหวของตลาด

CPI สหรัฐฯ ตรงตามคาด ทำไมเฟดยังเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย

เงินเฟ้อสหรัฐ (CPI) ออกมาตามคาด แต่ Fed ยังตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ย ดูว่าเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ดัชนีราคาผู้ผลิตของสหรัฐ (PPI) ราคาน้ำมัน และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ส่งผลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยอย่างไร

article-thumbnail

2026-09-17 | Dxperts

ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ(NFP) สูงเกินคาด ทำไมตลาดยังรอดูตัวเลข CPI 

ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ เดือนสิงหาคมออกมาดีกว่าคาด แต่ตลาดยังจับตา CPI เป็นหลัก ดูว่ารายงานจ้างงาน นโยบาย Fed และยีลด์พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อาจส่งผลต่อทองคำอย่างไรล สัญญาณแรกมาจากสุนทรพจน์ของ Kevin Warsh ประธาน Fed ที่งาน Jackson Hole โดย Warsh เน้นว่าเงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของ Fed และมองว่าการส่งสัญญาณชี้นำทิศทางนโยบายล่วงหน้าควรมีบทบาทจำกัดมากขึ้น ทำให้ตลาดมีความชัดเจนน้อยลงเกี่ยวกับเส้นทางอัตราดอกเบี้ยในอนาคต  จากนั้นตลาดได้รับรายงานการจ้างงานสหรัฐที่แข็งแกร่งกว่าคาดอย่างมาก  ตามรายงานสถานการณ์การจ้างงานเดือนสิงหาคมของสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่ง ขณะที่ตัวเลขเดือนมิถุนายนและกรกฎาคมถูกปรับเพิ่มขึ้นรวม 55,000 ตำแหน่ง  อย่างไรก็ตาม ตลาดไม่ได้ปรับไปคาดการณ์ว่าการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนมีโอกาสเกิดขึ้นสูงอย่างชัดเจนในทันที  หลังรายงานการจ้างงานออกมา ข้อมูลจาก CME FedWatch สะท้อนว่าตลาดประเมินความน่าจะเป็นของการขึ้นดอกเบี้ย 25 จุดพื้นฐาน ในเดือนกันยายนไว้ที่ราว 58% ซึ่งยังต่ำกว่าจุดสูงสุดใกล้ 63% ที่เกิดขึ้นช่วง Jackson Hole  คำถามคือ ทำไมตัวเลขการจ้างงานที่ออกมาดีกว่าคาดในระดับนี้ ยังไม่มากพอที่จะทำให้ตลาดได้ข้อสรุปเรื่องทิศทาง Fed?  คำตอบคือ รายงานการจ้างงานแข็งแกร่งก็จริง แต่ยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะเปลี่ยนปัจจัยที่สำคัญที่สุดต่อทิศทางนโยบายการเงินในตอนนี้  ตลาดแรงงานยังดูแข็งแกร่ง แต่เงินเฟ้อคือประเด็นที่ตลาดกังวลมากกว่า  และความแตกต่างนี้อาจเป็นตัวกำหนดทิศทางถัดไปของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ดอลลาร์สหรัฐ และทองคำ  ตัวเลขจ้างงานสหรัฐออกมาดีกว่าคาด แต่ยังไม่พอเปลี่ยนภาพตลาดแรงงาน  ไม่ต้องสงสัยว่ารายงานการจ้างงานเดือนสิงหาคมออกมาดีกว่าคาด  ข้อมูลจาก BLS แสดงให้เห็นว่าตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราว่างงานทรงตัวที่ 4.1% และอัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานเพิ่มขึ้นจาก 61.4% เป็น 61.6%  ตัวเลขการจ้างงานเดือนมิถุนายนถูกปรับจาก +20,000 เป็น +31,000 ตำแหน่ง ขณะที่เดือนกรกฎาคมถูกปรับจากการลดลง 23,000 ตำแหน่ง เป็น เพิ่มขึ้น 21,000 ตำแหน่ง  การปรับทบทวนตัวเลขดังกล่าวช่วยลดความกังวลอย่างมากว่า ตลาดแรงงานสหรัฐอาจกำลังเข้าสู่ภาวะชะลอตัวรุนแรง  แต่หากมองลึกลงไปกว่าตัวเลขหลัก ภาพรวมยังค่อนข้างสมดุล  จากตำแหน่งงานใหม่ทั้งหมด 162,000 ตำแหน่ง มี 59,000 ตำแหน่งมาจากกลุ่มร้านอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยการจ้างงานรายเดือนของภาคธุรกิจนี้ในปีที่ผ่านมาอย่างมากที่ 12,000 ตำแหน่ง อีก 42,000 ตำแหน่งมาจากการศึกษาของรัฐบาลท้องถิ่น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการฟื้นตัวกลับมาหลังจากลดลงในเดือนก่อนหน้า  เมื่อรวมกันแล้ว ทั้งสองกลุ่มนี้คิดเป็นมากกว่า 60% ของการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นในเดือนสิงหาคม  ภาคส่วนอื่น ๆ เปลี่ยนแปลงไม่มากนัก ภาคการผลิตเพิ่มขึ้น 16,000 ตำแหน่ง ภาคก่อสร้างเพิ่มขึ้น 22,000 ตำแหน่ง และภาคสาธารณสุขยังขยายตัวต่อเนื่อง ขณะที่การจ้างงานในภาคข้อมูลข่าวสารลดลง 23,000 ตำแหน่ง  การเติบโตของค่าจ้างยังอยู่ในระดับที่ไม่น่ากังวลมากนัก  ค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมงเพิ่มขึ้น 0.3% เทียบกับเดือนก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 3.1% เทียบกับปีก่อนหน้า  ประเด็นนี้สำคัญ เพราะรายงานการจ้างงานที่แข็งแกร่งจะกลายเป็นเรื่องที่ Fed ต้องกังวลมากขึ้น หากมาพร้อมกับแรงกดดันด้านค่าจ้างที่เร่งตัวขึ้น  แต่รายงานเดือนสิงหาคมยังไม่พบแรงกดดันด้านค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นชัดเจน  ดังนั้น รายงานนี้จึงเปลี่ยนมุมมองต่อตลาดแรงงาน แต่ยังไม่ได้เปลี่ยนภาพทั้งหมด  รายงานดังกล่าวช่วยลดความเสี่ยงขาลงส่วนใหญ่ที่เกิดจากตัวเลขเดือนกรกฎาคมที่อ่อนแอ แต่สิ่งที่รายงานนี้ ยังไม่ได้พิสูจน์คือการจ้างงานได้เข้าสู่ช่วงเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็วรอบใหม่แล้ว  ตลาดแรงงานสหรัฐยังดูแข็งแกร่งและรับแรงกดดันได้ดี  แต่ยังไม่ได้ร้อนแรงเกินไปในตอนนี้  […]